แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/78c0qb 📋 | ดู : 10 ครั้ง
‘อนุทิน-มิน-อ่อง-ไลง์’-ร่วมเป็นสักขีพยาน-ลงนาม-mou-‘ไทย-เมียนมา’-3-ฉบับ-ด้านแรงาน-จัดการคุณภาพน้ำ

‘อนุทิน-มิน อ่อง ไลง์' ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือไทย-เมียนมา MOU 3 ฉบับ ได้แก่ ความร่วมมือด้านแรงงาน-TOR ตั้งคณะทำงานร่วมจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่าน – ความร่วมมือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ


สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2569 พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ อดีตผู้นำเผด็จการทหาร ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้การต้อนรับ ที่ทำเนียบรัฐบาล

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ให้การต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ (H.E. Mr. Min Aung Hlaing) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Real Refer to) โดยทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้ให้การต้อนรับพร้อมนำประธานาธิบดีเมียนมาร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเมียนถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเมียนมาร่วมหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมา ทั้งในการจัดการปัญหาข้ามแดน ความร่วมมือด้านพลังงาน การอำนวยความสะดวกทางการค้า รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพชายแดน ก่อนเข้าสู่การหารือข้อราชการเต็มคณะ (Plenary) ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า

สำหรับบุคคลสำคัญที่เข้าร่วมการหารือเต็มคณะของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายไทยประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รัฐมนตรีเกียรติยศ) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ฝ่ายเมียนมาประกอบด้วย นายขิ่น หม่อง ยี รัฐมนตรีประจำสำนักงานประธานาธิบดี นายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายโก โก ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไฟฟ้าและพลังงาน นายขิ่น หม่อง โซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายทุน อ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายซอ มยิ้นท์ อู มุขมนตรีรัฐกะเหรี่ยง นายซอ ไนง์ อู มุขมนตรีภาคตะนาวศรี พลโท โม มยิ้นท์ ซเว ประธานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ดร. ข่าย ข่าย โซ โฆษกประจำสำนักงานประธานาธิบดี นายตุน ลู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายมิน ตู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายซอ ซอ โซ เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย

@ หารือเต็มคณะ

เวลา 11.25 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน หารือเต็มคณะร่วมกับ นายมิน ออง ไลง์ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อสานต่อความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา พร้อมย้ำว่า การที่ประธานาธิบดีเลือกเยือนไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความผูกพันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยไทยพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเมียนมาในอาเซียน และร่วมกันสานต่อความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกในความสัมพันธ์ทวิภาคี ผ่านการหารือและการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการดำเนินงานตามแถลงการณ์ร่วมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศ

ด้านการเมืองและความมั่นคง นายกรัฐมนตรีย้ำความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา พร้อมเสนอให้ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด การลวงลวงทางออนไลน์ และการฟอกเงิน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ไทย–เมียนมา พร้อมยินดีต่อการกลับมาเปิดใช้จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด–เมียวดี) และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกการค้าชายแดน และพัฒนาความเชื่อมโยงด้านคมนาคม เพื่อฟื้นฟูบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจชายแดนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

นอกจากนี้ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ภายในปีนี้ พร้อมเสนอให้สานต่อความร่วมมือด้านพลังงาน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน พัฒนากลไกการชำระเงินระหว่างกัน และผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงไทย–เมียนมา–ภูมิภาค เพื่อยกระดับการค้า การลงทุน และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ด้านแรงงาน นายกรัฐมนตรียินดีต่อการลงนามความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทย–เมียนมา พร้อมย้ำความสำคัญของแรงงานเมียนมาต่อเศรษฐกิจไทย และยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศ

ด้านสิ่งแวดล้อม นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่จะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายจะเร่งดำเนินแผนความร่วมมือแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน

จัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ และสานต่อความร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการป้องกันอุทกภัย เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

นอกจากนี้ ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือด้านเกษตรกรรม สาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของไทยและเมียนมาในการยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ โดยเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานตามแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยจะเป็นมิตรและหุ้นส่วนที่พร้อมสนับสนุนเมียนมาต่อไปบนพื้นฐานของมิตรภาพอันดีและผลประโยชน์ร่วมกัน

@ ลงนาม MOU 3 ฉบับ

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือในเวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเมียนมาได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเเลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่

1. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่าด้วยการจ้างแรงงาน

2. ขอบเขตหน้าที่ (Terms of Reference: TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา

3. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กับสำนักงานอวกาศแห่งเมียนมา (Myanmar House Agency) เรื่องความร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ

ผลลัพธ์จากการแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือในวันนี้แสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ไทย–เมียนมาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาล แต่เป็นความร่วมมือที่มุ่งแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะการบริหารจัดการแรงงานระหว่างสองประเทศ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนา ทั้งยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้นำทั้งสองประเทศที่จะกระชับความร่วมมือไทย–เมียนมาในทุกมิติ

@ ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน ไทย–เมียนมา

เวลา 14.30 น. ณ ห้อง Plenary Corridor ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน พร้อมด้วย นายมิน ออง ไลง์ เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand–Myanmar Alternate Forum 2026 ในหัวข้อ “Unique Chapter and Design forward for Making improvements to the Thailand – Myanmar Alternate Partnership” ซึ่งจัดโดยสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรมิตรภาพ และสหพันธ์สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของเมียนมา โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกว่า 700 คน

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้ร่วมเปิดงานกับประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมย้ำว่า ไทยและเมียนมาพร้อมก้าวสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองทั้งภายในหรือภายนอกประเทศจะเป็นเช่นไร รัฐบาลมีหน้าที่สำคัญในการดูแลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีงานทำ มีรายได้ และมีความหวังในอนาคต เศรษฐกิจต้องเดินหน้าอย่างมั่นคง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภาคเอกชนของไทยและเมียนมาเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ผ่านการลงทุน การจ้างงาน และการสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน โดยปัจจุบันเมียนมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ขณะที่การลงทุนของไทยในเมียนมาครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งพลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต คมนาคม โลจิสติกส์ การสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว

ในการหารือร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมา ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจในหลายด้านอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านการค้า ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการกลับมา เปิดใช้งานสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 เชื่อมแม่สอด–เมียวดีและพร้อมร่วมกันแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพื่อให้การค้าผ่านเส้นทางดังกล่าวสามารถกลับมาดำเนินได้อย่างเต็มศักยภาพโดยเร็ว

รวมทั้งจะพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีความพร้อม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดนและส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่

ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้าระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างบรรยากาศการค้าชายแดนไทย–เมียนมาให้กลับมาคึกคักอีกครั้งภายในปีนี้

ด้านการลงทุน ภาคเอกชนไทยยังคงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของเมียนมา และพร้อมขยายการลงทุนในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพร่วมกัน อาทิ พลังงาน เกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

โดยรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างเต็มที่ ผ่านการลดอุปสรรค ลดขั้นตอน และปรับปรุงกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจและขยายการลงทุนได้อย่างเต็มศักยภาพ

ในด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายจะสานต่อโครงการความร่วมมือที่มีอยู่ และเร่งรัดกระบวนการที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการส่งเสริมความเชื่อมโยง เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ รวมถึงปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น

ในช่วงเวลาที่โลกกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ ประเทศที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นประเทศที่ได้รับโอกาสก่อน หากทั้งสองประเทศได้ร่วมมือกันก็จะทำให้ทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมศักยภาพของสองฝากฝั่งได้อย่างเต็มที่ โดยภาคเอกชนจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลของทั้งสองประเทศwร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจ หอการค้า และผู้ประกอบการ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนโอกาสให้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงาน Thailand–Myanmar Alternate Forum 2026 ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและความเปลี่ยนแปลงที่ภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศจะร่วมกันสร้าง เพื่ออนาคตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมกล่าวขอบคุณสมาคมไทย–พม่าเพื่อมิตรภาพและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จ

ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

"สุรศักดิ์" ลุยศรีสะเกษ ดัน “วัดปราสาทภูฝ้าย” สู่แลนด์มาร์กว

โพลนอร์ทแบงค็อก สะท้อนคนไทย 70% ยังเอาโทษประหาร เชื่อปรามอาชญากรรมได้

สธ.เผยผลตรวจสอบข้อมูล'หมอพร้อม' พบคลาดเคลื่อนกลุ่มตรวจคัดกรองป้องกันโรคมากสุด

📵 อย่าปล่อยให้ "มือถือ" ทำให้การเดินทางของคุณต้องสะดุด ขับรถ 2026-08-07 06:35:00

สถาบันอิศรา-สสส.ถอดบทเรียนหลักสูตร AI4Media ครั้งที่ 1 กลุ่มบรรณาธิการและผู้ปฏิบัติงาน

𝙉𝙀𝙒𝙎 : “สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตว

สะเทือนใจ!

เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ... . แต่ถ้าอยากนอนหลับฝันดี ติดตาม ตำรว

"รมว.ศธ." สั่งด่วนรับมือเหตุกราดยิvโรงเรียนนนทบุรี วอน หยุดแ 2026-08-07 06:Forty five:00

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/78c0qb 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. “รมวศธ.”-สั่งด่วนรับมือเหตุกราดยิvโรงเรียนนนทบุรี-วอน-หยุดแ-|-2026-08-07-06:forty-five:00 “รมว.ศธ.” สั่งด่วนรับมือเหตุกราดยิvโรงเรียนนนทบุรี วอน หยุดแ 2026-08-07 06:Forty five:00
  2. เหตุยิv-รรเทพศิรินทร์-นนทบุรี-เสียชีวิตรวม-8-ราย-รวมปู่ย่าของ-นร.ผู้ก่อเหตุ-–-บาดเจ็บ-22-ราย เหตุยิv รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เสียชีวิตรวม 8 ราย รวมปู่ย่าของ นร.ผู้ก่อเหตุ – บาดเจ็บ 22 ราย
  3. วันที่-7-สค-2569-เมื่อเวลา-1600-น. ว่าที่ร้อยเอก-ณัฐธนพงษ วันที่ 7 ส.ค. 2569 เมื่อเวลา 16.00 น. ว่าที่ร้อยเอก ณัฐธนพงษ
  4. ขออภัยกรมอุทยาน อ.วีระ แจงจำผิดปี ดรามาสิมิลัน อัพเดทข่าว ขออภัยกรมอุทยาน อ.วีระ แจงจำผิดปี ดรามาสิมิลัน อัพเดทข่าว
  5. 🔴  เหตุยิvในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี | สถานีประชาชน 7 ส.ค. 69 เหตุยิvในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี | สถานีประชาชน 7 ส.ค. 69
  6. ด่วน อนุทินหน้าเครียด ดูจุดกราดยิvโรงเรียน ​ ด่วน อนุทินหน้าเครียด ดูจุดกราดยิvโรงเรียน ​
  7. ‘กกต’-พร้อมจัด-‘เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น’-ใหม่-ภายใน-60-วัน-แทน-‘วัฒนา-ช่างเหลา’ ‘กกต.’ พร้อมจัด ‘เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น’ ใหม่ ภายใน 60 วัน แทน ‘วัฒนา ช่างเหลา’
  8. รวบสาวเจ้าของบัญชีม้าแก๊งงานทิพย์-ลวงเหยื่อสูญเงินแสน-ตรวจป รวบสาวเจ้าของบัญชีม้าแก๊งงานทิพย์ ลวงเหยื่อสูญเงินแสน ตรวจป
  9. มหากาพย์-20-ปี-ที่ดินพิพาทหาดนุ้ย-จ.จังหวัดภูเก็ต-ข่าวใต้แลได้ที่เ มหากาพย์ 20 ปี ที่ดินพิพาทหาดนุ้ย จ.จังหวัดภูเก็ต ข่าวใต้แลได้ที่เ
  10. scb-fm-มองบาทอาจอ่อนได้ในระยะสั้น-ความเสี่ยง-unwind-carry-commerce-ยังต่ำ-แม้เยนแข็งค่าเร็ว SCB FM มองบาทอาจอ่อนได้ในระยะสั้น ความเสี่ยง Unwind carry commerce ยังต่ำ แม้เยนแข็งค่าเร็ว

      ใส่ความเห็น

      อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


      Share via
      Click to Hide Advanced Floating Content
      ×

      มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

      ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

      ไปกันเล้ยยย
      Send this to a friend
      ล่าสุด
      ×